อาหารครบถ้วน vs อาหารเสริม

สิ่งแรกที่ควรมองหาคือฉลากระบุว่าเป็น “อาหารครบถ้วนและสมดุล” (complete & balanced) สำหรับช่วงวัยที่กำหนด หรือเป็นเพียงอาหารเสริม/ของว่างที่ไม่ควรให้เป็นมื้อหลัก ข้อความส่วนนี้สำคัญกว่ารูปหรือคำโฆษณาบนหน้าถุงมาก

ช่วงวัย

ความต้องการสารอาหารของลูกแมว แมวโต และแมวสูงวัยต่างกัน ควรเลือกอาหารที่ระบุว่าเหมาะกับช่วงวัยของแมวตัวนั้น หรือระบุว่าเหมาะกับทุกช่วงวัย

พลังงาน

ควรดูพลังงานต่อหน่วย (เช่น กิโลแคลอรีต่อกรัมหรือต่อถ้วย) และปริมาณแนะนำ เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้คำนวณปริมาณให้เหมาะกับแมวได้จริง มากกว่าการดูแค่ราคาหรือยี่ห้อ

รายชื่อวัตถุดิบบอกอะไร และไม่บอกอะไร

รายชื่อวัตถุดิบบอกลำดับส่วนประกอบโดยน้ำหนัก แต่ไม่ได้บอกคุณภาพหรือความเหมาะสมทางโภชนาการทั้งหมด จึงไม่ควรตัดสินอาหารจากวัตถุดิบตัวแรกเพียงอย่างเดียว และคำว่า “ไม่มีธัญพืช” ก็ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับแมวทุกตัว

คำการตลาดที่ควรระวัง

คำว่า premium, natural หรือ holistic มักไม่มีนิยามที่ควบคุมชัดเจน และไม่ได้รับประกันคุณภาพโภชนาการ ควรใช้ข้อมูลบนฉลากส่วนอื่นประกอบการตัดสินใจแทน

คำถามที่ควรถามผู้ผลิต

  • อาหารนี้ผ่านการทดสอบหรืออ้างอิงมาตรฐานโภชนาการใด
  • มีนักโภชนาการสัตว์ร่วมออกแบบสูตรหรือไม่
  • มีระบบควบคุมคุณภาพและช่องทางติดต่อเมื่อมีปัญหาอย่างไร
ความต้องการของแมวแต่ละตัวแตกต่างกัน หากแมวมีโรคประจำตัวหรือต้องควบคุมอาหารเป็นพิเศษ ควรวางแผนอาหารร่วมกับสัตวแพทย์